โครงการส่งเสริมปลูกไม้โตเร็วเพื่อเป็นเชื้อเพลิงด้านพลังงาน
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าประเทศญี่ปุ่น และพลังงานชีวมวลในประเทศ

     เนื่องจากโครงการดังกล่าวนี้ ต้องการความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงในระยะยาว 20 ปี เพื่อป้อนให้กับโรงงานผลิต Wood Pellet ก่อนที่จะมีการขนส่งทางเรือไปเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศญี่ปุ่น โดยเป้าหมายความต้องการ จำนวน 20 โรงงาน หรือ ประมาณ 5 ล้านตัน(WP)/ปี นั่นก็หมายความว่า ต้องมีไม้สดป้อนโรงงานประมาณ 10 ล้านตันต่อปี ในขณะที่ไม้ยางพาราของไทยปัจจุบันที่มีประมาณ 22 ล้านไร่ และอาจถูกต้องตามกฏหมาย ราว 19 ล้านไร่ โดยมีการตัดและปลูกแทนประมาณ ปีละ 500,000 ไร่ โดยพบว่า ต้องใช้เวลาปลูกอีกประมาณ 25 ปี จึงจะสามารถกลับมาตัดได้อีก แนวทางจึงจะต้องมีการปลูกไม้โตเร็วในอีกประมาณ 5 ปีข้างหน้า โดยเริ่มนำร่องในระยะที่ 1 จำนวน 4 โรงงาน ความต้องการไม้ประมาณ 2 ล้านตัน/ปี

โครงการนี้มุ่งเน้นให้เกษตรกรปลูกไม้โตเร็วในพื้นที่ดินรกร้าง ว่างเปล่า ที่ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ที่ดินที่ไม่เหมาะสมกับการเกษตร โดยเฉลี่ยจะมีรายได้ หลังจากหักค่าใช้จ่ายหมดแล้วประมาณ 2,900 - 4,900 บาท/ไร่/ปี และมันจะให้ความชุ่มชื้นแก่ดิน และดูแลสภาพแวดล้อม

     แนวทางการดำเนินการส่งเสริมการปลูกไม้โตเร็ว เพื่อเป็นเชื้อเพลิงด้านพลังงาน มีแนวทางดังนี้
       (1) ต้องเป็นไม้ 5 ชนิด เท่านั้น ได้แก่ ยูคาลิปตัส กระถินอะเคเซีย กระถินยักษ์ สนประดิพัทธ์ และ ยางพารา เนื่องจากไม้ชนิดอื่น ๆ ยังมีปัญหาด้านการส่งออก เนื่องจากกฏหมายยังไม่อนุญาต   (ไม่รับซื้อไม้ไผ่ เนื่องจากปริมาณขี้เถ้าสูงและสิ้นเปลืองใบมีดในการสับ)
       (2) ที่ดินที่ใช้ปลูก ต้องมีหลักฐานทางที่ดินถูกต้อง ต่ำสุด คือ สปก. 4-01 และมีพื้นที่ป่าไม้ หรือพื้นที่ปลูกไม้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20
       (3) เกษตรกรรวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชน โดย ให้วิสาหกิจชุมชน ทำสัญญารับซื้อไม้กับบริษัท โดยจะมีการเจรจาและจัดทำข้อตกลงตามคุณภาพและปริมาณของวัตถุดิบ
       (4) บริษัทฯ จะสนับสนุนกล้าพันธุ์ โดยการส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชน ดำเนินการเพาะกล้าไม้ เพื่อแจกจ่ายให้กับสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ (ไม่มีการขายกล้าไม้) - กล้าไม้ที่ให้การสนับสนุน เกษตรกร สามารถพิจารณาและกำหนดเป็นแนวทางในการขอการสนับสนุน หรือ จะซื้อกล้าหม้แบบขาด เลยก็ได้ ทั้งนี้ การซื้อกล้าไม้แบบขาดนั้น เกษตรกรสามารถจะขายไม้ให้กับผู้ซื้อรายใด ก็ได้
       (5) เกษตรกร ดำเนินการเตรียมที่ดิน ปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ รวมถึงจะต้องได้รับการฝึกอบรม เพื่อให้การปลูกต้นไม้นั้นเป็นไปตามหลักการจัดการอย่างยั่งยืนสากล โดยแนะนำให้ปลูก ตอนต้นฝน (ประมาณต้น มิถุนายน )
      (6) บริษัทฯ จะดำเนินการจัดทำระบบการรับรองด้านป่าไม้ ตามแนวทางมาตรฐาน FSC หรือ PEFC หรือ JIA
      (7) บริษัทฯ จะดำเนินการเข้าไปตัดไม้และขนส่งไม้ โดยจ่ายเงินผ่านบัญชีของวิสาหกิจชุมชน ทั้งนี้วิสาหกิจชุมชนนั้น จะต้องมีระบบการบริหารจัดการ
การปลูกต้นไม้ ตระกูลอะเคเซีย เช่น กระถินเทพา การันตีได้ว่า " ไม่ทำลายดิน หรือทำให้ดินเสื่อม" เนื่องจากเป็นต้นไม้ ที่มีส่วนประกอบสามารถดึงดูธาตุในโตรเจน (N) ในอากาศมาเก็บไว้ในดิน และเปลี่ยนคาร์บอน (C) ไปเป็นส่วนประกอบของเนื้อไม้ เมื่อปลูกไว้นานๆ ใบจะทับถมเป็นธาตุอาหาร ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ ยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ สำหรับการใช้น้ำ พืชทุกชนิดใช้น้ำ ซึ่งในระยะช่วงปลูก 1 - 3 ปีแรก จะใช้น้ำมากในการเจริญเติบโต ก็อาจจะมีการแย่งน้ำหากปลูกร่วมกับพืชเกษตรอื่น ๆ
** ราคารับซื้อจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยประกอบ เช่น ชนิดไม้ ขนาดไม้ ระยะทางในการขนส่ง เกษตรกรตัดเอง หรือ ให้บริษัทฯ เป็นคนดำเนินการตัด เป็นต้น **
แปลงผลิตและขยายพันธุ์กล้าไม้โตเร็ว ยูคาปลูกตามคันนา กระถินอะเคเซีย ยูคาลิปตัส แตกหน่ออายุ 8 เดือน กล้าไม้พร้อมลงแปลงปลูก
เป้าหมายที่ส่งเสริมในขณะนี้ (ระยะที่ 1 ) คือ จังหวัด ชลบุรี ระยอง สระแก้ว ปราจีนบุรี นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ขอนแก่น กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ กาแพงเพชร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ชุมพร
               
     
 
รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาสอบถามทาง Email : sutep28@yahoo.com
                                         หรือโทรศัพท์ : 096 - 947 1284
                                                             095 - 862 0028 โทรฟรีเครือข่าย TRUE MOVE
                                                             089 - 117 0419
บริษัท ฟอร์เรส โซลูชั่น จำกัด