TCERN :Thail - Forest Certification Network
แปลงปอเทืองเพื่อปรับปรุงคุณภาพดิน จ.กำแพงเพชร

 

"โครงการดาวล้อมเดือน"
โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรไม่เหมาะสมเป็นไม้เศรษฐกิจ ภายใต้แผนงานเกษตรแปลงใหญ่

ปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรเป็นไม้เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน พัฒนาการเกษตรแปลงใหญ่…นำร่องจังหวัดกำแพงเพชร 3 แสนไร่ และภาคอีสาน 4 ล้านไร่

ความต้องการไม้พลังงานอัดเม็ด หรือ Wood Pellet สำหรับโรงไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก เป็นโอกาสดีสำหรับประเทศไทย ที่จะปรับเปลี่ยนเกษตรกรให้หันมาปลูกไม้โตเร็วเป็นอาชีพ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ ลดพื้นที่ปลูกพืชเกษตรที่ราคาตกต่ำ เช่น ข้าว มันสำปะหลัง
ไม่ต้องกลัวน้ำท่วม – น้ำแล้งอีกต่อไป โดยเฉพาะพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการเกษตรและพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ประมาณ 11.2 ล้านไร่ ของประเทศไทย นอกจากจะสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้เกษตรกรแล้ว ก็จะทำให้ราคาพืชผลเกษตรเหล่านั้นเพิ่มขึ้นในอนาคต นอกจากนี้การปลูกไม้โตเร็วแบบผสมผสานและจัดการอย่างยั่งยืนนั้นจะเป็นการฟื้นฟูดินให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

           สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดกำแพงเพชร กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายประกอบด้วย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้นำร่องปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรไม่เหมาะสมภายใต้แผนพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่นำร่องประมาณ 3 แสนไร่ ภายใต้โครงการชื่อ “ดาวล้อมเดือน” นำ 3 ศาสตร์ ประกอบด้วย ศาสตร์พระราชา ศาสตร์สากล และศาสตร์ชุมชน เข้ามาบูรณาการ คัดเลือกที่ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ไม่เหมาะสมปรับเปลี่ยนเป็นไม้โตเร็วแบบผสมผสาน สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ปลูกไม้มีค่ารอบตัดฟันปานกลาง-ช้า ประมาณ 40-80 ต้นต่อไร่ร่วมและนำไม้ฝากไว้กับธนาคารต้นไม้ของ ธ.ก.ส. ปลูกหญ้าแฝก ทำปศุสัตว์ เลี้ยงปลา ปลูกพืชเกษตรใช้น้ำน้อยร่วมในแปลงไม้เพื่อหารายได้ระหว่างที่รอตัดไม้ขาย ทั้งนี้ บริษัท นัมเบอร์ไนท์ คอเปอร์เรชัน จำกัด เข้ามาทำระบบมาตรฐาน FSC และประกันรับซื้อไม้ตลอดโครงการสัญญา 20 ปี ในระยะเริ่มต้นเกษตรกรอาจใช้พื้นที่บางส่วน เช่น 3 ไร่จากที่ดิน 10 ไร่เข้าร่วมโครงการก่อนเพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความคุ้นชิน แล้วค่อยขยายพื้นที่ออกไป ซึ่งเป็นโอกาสให้เกษตรกร สร้างรายได้ที่มั่นคง สม่ำเสมอ

Downloads
| แผ่นพับนำเสนอโครงการกำแพงเพชร | ใบสมัครเข้าร่วมโครงการ(บริษัท นัมเบอร์ไนท์ ฯ ) |
( บริษัท นัมเบอร์ไนท์ คอเปอร์เรชัน จำกัด มีเป้าหมายส่งเสริมการปลูกไม้โตเร็วแบบเกษตรแปงใหญ่ 300,000 ไร่ ในจังหวัดกำแพงเพชร )

     นอกจากนี้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทำข้อตกลงความร่วมมือกับ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ผ่านทาง บริษัท กันกุล ไบโอเอนเนอร์ยี่ จำกัด เพื่อทำการส่งเสริม สนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรไม่เหมาะสมมาปลูกไม้โตเร็วเช่นกัน โดยเฉพาะในที่ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ที่ดินว่างเปล่า โดยขยายพื้นที่ส่งเสริมในจังหวัด นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ปราจีนบุรี สระแก้ว เป็นหลัก ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน ผลิตกล้าไม้ ทั้งนี้เกษตรกรปลูกไม้ตามหลักการจัดการไม้อย่างยั่งยืน FSC (Forest Stewardship Council) โดยบริษัทฯ จะสัญญารับซื้อไม้ล่วงหน้าจากเกษตรกร ทั้งนี้จะส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนผลิตกล้าไม้ เพื่อให้สมาชิกนำไปปลูกในช่วงต้นฝน (ปลายพฤษภาคม 2560) อันเป็นการสร้างงานและรายได้ให้ชุมชน

Downloads | แผ่นพับนำเสนอโครงการ - GUNKUL | ใบสมัครเข้าร่วมโครงการ(กันกุลฯ) |
(จังหวัดที่กันกุลฯ ให้การส่งเสริม คือ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีษะเกษ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี)

          ดร.สุเทพ จันทร์เขียว ประธานเครือข่ายการรับรองไม้เศรษฐกิจไทย (T-CERN) และผู้จัดการสำนักงานประสานการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งรับผิดชอบโครงการนี้ได้อธิบายว่า ในพื้นที่ดินที่ดี น้ำดี เกษตรกรก็ควรทำเกษตรเดิมที่เคยทำอยู่แต่ควรสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่สำหรับพื้นที่ที่ทำการเกษตรแบบเดิมไม้คุ้มการลงทุน ได้ผลผลิตต่ำ ไม่มีน้ำ ควรปรับเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นแต่สำคัญต้องมองหาตลาดก่อน เป็นขั้นตอนที่ 1 ปลูกแล้วจะขายใคร ผู้ซื้อต้องการมากน้อยขนาดไหน การส่งเสริมให้แปรรูปเลยก็ดี แต่มีข้อจำกัดเพราะเมื่อแปรรูป เพิ่มมูลค่าผลิตผลแล้ว ตลาดก็จะแคบลงหากเราไม่มีตลาดเอง ก็จะไปต่อไม่ได้ อย่างไรก็ตามการปลูกไม้โตเร็วเพื่อทำเป็นเชื้อเพลิงพลังงานนี้ มีตลาดต้องการมาก แต่ก็มีเงื่อนไขที่จะต้องได้รับการรับรองการจัดการอย่างยั่งยืนตามแนวทาง FSC เสียก่อนเพื่อเป็นการยืนยันว่า ไม้นี้ไม่ได้ถูกตัดจากป่าหรือสวนป่านี้ไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนพื้นที่ป่าไม้มาปลูกโดยผิดกฏหมาย การตัดไม้ ก็ต้องตัดไม่ให้เกิดผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม ระบบ FSC จะเป็นการฟื้นฟูดิน เพิ่มอินทรียวัตถุเก็บไว้ในดินอย่างยั่งยืน ซึ่งอันนี้เกษตรกรต้องได้รับการฝึกอบรม ทำความเข้าใจ และต้องเปลี่ยนความคิดเรื่องการเกษตรด้วย
 
เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการดาวล้อมเดือน
 

การส่งเสริมไม้โตเร็วปลูกในที่ดินที่ไม่เหมาะสมหรืออุดมสมบูรณ์ต่ำ ก็จะทำการคัดเลือกไม้ที่เหมาะสมที่สุดกับดิน เช่น ดินเค็ม ดินด่าง ดินตื้น รวมถึงดินที่มีน้ำขัง ต้นไม้บางชนิดสามารถปลูกและเจริญเติบโตได้ การปลูกไม้ไม่ต้องดูแลมาก หากหญ้ารกก็กำจัดหญ้าบ้างในปีแรก ๆ เมื่อไม้โต หญ้าก็จะหายไป ดูแลป้องกันไฟช่วงแล้ง ทำกิจกรรมหารายได้เสริม เช่น เลี้ยงสัตว์ หรือปลูกพืชทนร่มได้ แต่ก็ต้องห้ามใช้สารเคมี ไม้หลังจากตัดในรอบแรกแล้วก็สามารถแตกหน่อ แล้วตัดไม้ได้อีกประมาณ 1- 2 รอบทุก ๆ ปีหรือ 2 ปี ผลผลิตไม้อาจแตกต่างกันออกไปบ้างโดยเฉพาะที่ดินที่แย่มาก ๆ เช่น เค็มจัด ก็แล้งมาก เป็นต้น แต่รายได้จะดีกว่าทำเกษตรแบบเดิมที่ต้องใช้สารเคมี ปุ๋ยเคมี อีกทั้งการปลูกไม้มีความเสี่ยงน้อยต่อภัยธรรมชาติ น้ำท่วม น้ำแล้ง ไม้ที่ปลูกแล้วถึงรอบตัดฟัน หากยังไม่ตัดแล้วปล่อยไว้ก็จะยิ่งเพิ่มน้ำหนัก เพิ่มรายได้ทุกวัน
   โรงเรือนและแปลงผลิตกล้าไม้โตเร็วของวิสาหกิจชุมชนและแปลงปลูกของเกษตรกร (บริษัท สยามฟอเรสแมเนจเม้นท์ จำกัด ) จังหวัดอุทัยธานี  

          ไม้โตเร็วที่เหมาะสมกับที่ดิน (คุณสมบัติของดิน) มีหลายชนิด (1) กระถินอะเคเซีย (Acacia sp.) ซึ่งอาจจะเป็น A. mangium + auriculiformis หรือลูกผสม (กระถินเทพณรงค์) (2) กระถินยักษ์ (Leucaena leucocephala) (3) สนประดิพัทธ์ (Casuarina junhuniana) (4) ยูคาลิปตัสทุกชนิด (Eucalyptus spp.) (5) เสม็ดขาว (Melaleuca cajuputi) โดยจำทำการจับคู่เกษตร กับผู้ประกอบการที่มีความต้องการรับซื้อไม้ โดยจัดทำข้อตกลงไว้ก่อนล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ประกอบการจะเป็นผู้จัดหา และจัดเตรียมกล้าไม้ที่มีคุณภาพดี ตามความต้องการ และดำเนินการส่งเสริม รวมถึงการฝึกอบรมให้เกษตรกร ปฏิบัติและดำเนินกิจกรรมให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนด

อย่าไปรังเกียจ....ต้นยูคาลิปตัสเลย !

      ส่วนใหญ่การส่งเสริมให้ปลูกยูคาลิปตัส มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปเป็นเยื่อกระดาษ (Pulp and Paper) แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ก็สามารถนำกิ่ง - ปลาย และราก ไปขายเพื่อเป็นวัตถุดิบเป็นเชื้อเพลิงพลังงานได้ ปัจจุบัน ยูคาลิปตัส หรือ ต้นกระดาษ นั้น มีการพัฒนาสายพันธุ์ ให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และความต้องการใช้ จำนวนมากกว่า 100 สายพันธุ์ เพราะฉะนั้น เกษตรกร ควรจะต้องได้รับคำแนะนำจากนักวิชาการด้วย

       ปัญหาเรื่อง ต้นยูคาลิปตัส นั้นเป็นประเด็นผลประโยชน์ในอดีต ซึ่งหากมีการปลูกต้นยูคาลิปตัส ในประเทศจำนวนมาก จะทำให้ผู้ที่นำเข้าเยื่อเพื่อผลิตกระดาษ ผู้ขนส่ง ผู้ประกอบกิจการท่าเรือ อาจได้รับผลกระทบหรือเสียประโยชน์ จึงได้มีการสร้างกระแสคัดค้าน จนทำให้ประชาชนเข้าใจผิด....แต่ปัจจุบัน...นี้ปรากฏให้เห็นชัดเจนแล้วว่า การปลูกยูคาลิปตัสนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อดินหรือสิ่งแวดล้อม ใด ๆ เลย และหากเกษตรกร เลือกชนิดพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่แล้ว ยิ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เหมาะสมอีกด้วย การปลูกต้นไม้ ส่วนใหญ่จะให้ผลเชิงบวก และต้นไม้นั้นหากปล่อยทิ้งไว้ก็จะยิ่งเพิ่มมูลค่าด้านเนื้อไม้เสมอ......

การนำเทคโนโลยี " ปุ๋ยสั่งตัด " มาประยุกต์ใช้ในโครงการ

       ปุ๋ยสั่งตัด เป็นนวัตกรรมหนึ่งพิสูจน์ได้แล้วว่า สามารถลดรายจ่ายภาคการผลิตได้มากกว่า 30% หลักการที่สำคัญคือการตรวจดิน ว่ามีอะไรอยู่เท่าไหร่ จากนั้นก็เลือกชนิดพืชที่จะนำมาปลูกให้เหมาะสมกับคุณสมบัติของดิน หรือ การเปิดข้อมูลดูว่าพืชที่เราต้องการปลูกนั้น มีความต้องการ ธาตุอาหาร มากน้อยเท่าไหร่ และก็หาปุ๋ย หรือคำนวนสูตรผสมปุ๋ย ให้พอดีกับความต้องการของพืช

       ที่ผ่านมา เกษตรกรซื้อปุ๋ยมาใส่ โดยที่ปุ๋ญบางตัวนั้น พืชไม่ต้องการใช้ หรือ ในดินมามากจนเหลือเฟือ แต่ในขณะที่บางชนิดที่พืชต้องการกลับไม่ได้เติมลงไปในปริมาณที่เหมาะสม โครงการ ปุ๋ยสั่งตัด จึงเป็นการนำศาสตร์ วิชาการด้านการเกษตร และอุตสาหกรรม เข้ามาผสมผสานกับศาสตร์ด้านสังคมวิทยา มีการใช้ชุดตรวจดินแบบง่าย ๆ มีการฝึกอบรมให้เกษตรกร หรือผู้แทนกลุ่มชุมชน ให้มีความรู้ และวิธีการในการตรวจดิน และผสมปุ๋ยที่ถูกต้อง ถูกวิธี เพิ่มประสิทธิภาพในการทำการเกษตร

          สำหรับเกษตรกรในจังหวัดกำแพงเพชร สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดกำแพงเพชรได้โดยตรง (055-705734) หรือ Email : kpt 01@ldd.go.th ส่วนจังหวัดอื่น ๆ เกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-5614761 ต่อ 512 หรือมือถือ 089 – 1170419 และที่เวบไซต์ http://tfcc-thailand.org

เขียนโดย : ดร.สุเทพ จันทร์เขียว (ประธานเครือข่ายฯ )
              sutep28@yahoo.com
 

  เครือข่ายการรับรองไม้เศรษฐกิจไทย(Thai - Forest Certification Network :T-CERN)
ชั้น 5 ตึกวนศาสตร์ 72 ปี คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เลขที่ 50 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ 02-561 4761#512 มือถือ : 089-117 0419     Email : tfccthai@gmail.com

Website : www.tfcc-thailand.org