TCERN :Thail - Forest Certification Network
 

 โครงการนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming Innovation)
(ศรีสมเด็จโมเดล)
| คำนำ | อำเภอศรีสมเด็จ | นักวิจัยในโครงการ | ความก้าวหน้าของโครงการ| Link ไปที่ระบบฐานข้อมูล |    
Untitled Document
อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด
           อำเภอศรีสมเด็จ เดิมชื่อ โคกดงยาสูบ ขณะนั้นยังไม่มีบ้านเรือน ผู้คนอาศัย ต่อมาในปี พ.ศ.2497 พระอาจารย์ศรี มหาวีโร ได้ธุดงมาปักกรด ปฏิบัติกัมมัฎฐาน อยู่ที่บริเวณทางทิศเหนือของโคกดงยาสูบ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่มีซากโบสถ์โบราณ อายุประมาณกว่า 200 ปี พระอาจารย์ศรี มหาวีโร เห็นว่าบริเวณโคกดงยาสูบ เหมาะที่จะตั้งเป็นหมู่บ้าน ท่านจึงชักชวนชาวบ้านเข้ามาอยู่ในบริเวณดังกล่าว   เดิมอำเภอศรีสมเด็จ ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของ ตำบลขอนแก่น และตำบลปอภาร อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ในปี พ.ศ.2507 ได้จัดตั้งตำบลโพธิ์ทอง แยกออกจากตำบลขอนแก่น และปี พ.ศ.2518 แยกตำบลศรีสมเด็จ ออกจากตำบลโพธิ์ทอง   ต่อมา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ร่วมกันเสนอความคิดในการจัดตั้งกิ่งอำเภอ โดยมีตำบลก่อตั้งครั้งแรก ๕ ตำบล (ตำบลศรีสมเด็จ, ตำบลโพธิ์ทอง, ตำบลสวนจิก, ตำบลเมืองเปลือย, ตำบลหนองใหญ่) โดยความเห็นชอบและพระเมตตาจากพระราชสังวรอุดม (หลวงปู่ศรี มหาวีโร) เจ้าอาวาสวัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) โดยกระทรวงมหาดไทยอนุมัติ และประกาศตั้ง กิ่งอำเเภอศรีสมเด็จ เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2530 และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะกิ่งอำเภอศรีสมเด้จเป็นอำเภอศรีสมเด็จ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2537 เป็นต้นมา
      คณะนักวิจัย จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับทราบข้อมูลจากกลุ่มธนาคารต้นไม้ อำเภอศรีสมเด็จ ถึงความเดือดร้อนของประชาชน ที่ประกอบอาชีพปลูกยาสูบ พันธุ์เตอร์กิซ ซึ่งมีการใช้สารเคมี ที่เป็นอันตราย ทำให้ชาวบ้านมีอายุสั้น เฉลี่ยประมาณ 52 ปีเท่านั้น จากคำบอกเล่าของชาวบ้านบอกว่า คนอำเภอศรีสมเด็จ จะมีแม่หม้ายจำนวนมาก แต่ในขณะที่การประกอบอาชีพอื่น ๆ เช่น นาข้าว ก็ประสบปัญหา เรื่องผลิต โดยพบว่าได้ผลผลิตเพียง 25 - 30 ถัง/ไร่ เท่านั้น
     ชาวบ้านส่วนใหญ่ มีความต้องการปรับเปลี่ยนอาชีพ แต่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอาชีพใหม่ รวมถึงตลาดที่ประสบปัญหา เนื่องจากทุกอย่างยังผ่านพ่อค้าคนกลาง สำหรับส่วนราชการนั้น พบว่า ไม่ได้สนใจและดำเนินโครงการหลายโครงการ ตามงบประมาณ แต่ไม่สามารถใช้ได้จริง เช่น การขุดบ่อบาดาล ที่ไม่สามารถนำน้ำขึ้นมาใช้ได้ เป็นต้น
   คณะนักวิจัย จึงได้พัฒนาโครงการชื่อว่า ระบบการเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming Innovation) และขอการสนับสนุนงบประมาณวิจัย ภายใต้ยุทธศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรปรับเปลี่ยนอาชีพ และหันมาทำการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยขอความร่วมมือกับกลุ่มธนาคารต้นไม้ รวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชน จำนวน 82 วิสาหกิจ ปรับเปลี่ยนมาทำเกษตร เชิงระบบ โดยจะทำการพัฒนาระบบสารสนเทศ เพื่อการสนับสนุน เชิงระบบ เชื่อมโยงกับกลไกตลาด ไม่ผานพ่อค้าคนกลาง
 
 
เขียนโดย : ดร.สุเทพ จันทร์เขียว (ประธานเครือข่ายฯ )               sutep28@yahoo.com
 

  เครือข่ายการรับรองไม้เศรษฐกิจไทย(Thai - Forest Certification Network :T-CERN)
ชั้น 5 ตึกวนศาสตร์ 72 ปี คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เลขที่ 50 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ 02-561 4761#512 มือถือ : 089-117 0419     Email : tfccthai@gmail.com

Website : www.tfcc-thailand.org