ความรู้ความเข้าใจ การปลูกไม้มีค่า

(ไม้โตเร็ว ไม้รอบตัดฟันปานกลาง ไม้รอบตัดฟันช้า)


      ยังไม่มีใครสามารถตอบคำถามได้ว่า "ปลูกแล้วจะขายใคร" การปลูกต้นไม้ นั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในเชิงความรู้สึก เพราะมันจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดิน ดูดซับและเก็บกักคาร์บอน ลดปัญหาโลกร้อน และสามารถมีไม้ไว้ใช้สอยในอนาคต เช่น สร้างบ้าน ซ่อมบ้าน ทำเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น นี่คือตอบโจทย์ แต่หากจะปลูกเพื่อเป็นสินค้า หรือ เป็นธุรกิจและสร้างรายได้ นั้น จะต้องพิจารณาและเข้าใจถึงกลไกการตลาด ให้ถ่องแท้ เพราะไม้ที่ปลูก โดยเฉพาะไม้รอบตัดฟันยาว อาจใช้เวลาถึง 30 ปี ราคาขายหรือตลาด อาจไม่เป็นไปตามที่ฝันไว้ก้ได้ เมื่อตลาดอยู่ในมือของผู้ประกอบการ แน่นอนที่สุด กำไรสูงสุด คือเป้าหมายหลักของธุรกิจ การได้กำไรสุงสุด มาจากปัจจัยหลายอย่าง หนึ่งในนั้น คือ ซื้อของคุณภาพดีในราคาที่ถูกที่สุด แล้วนำมาขายในราคาที่สูงที่สุด ที่จะขายได้ นี่ก็เลยเป็นคำถามว่า ไม้ที่ปลูกปลูกและนำไปเป็นหลักประกันทางธุรกิจ หรือ นำไปกู้ยืมเงินหรือเป็นส่วนควบของที่ดิน จะสามารถเข้าสูการแข่งขันในตลาดไม้ได้หรือไม่ เนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว่า ทั้งดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายในการประเมินมูลค่า และอาจจะมีความยุ่งยากในการตัด การขายนิดหน่อย เมื่อเจ้าของต้นไม้ ไม่ใช่ผู้มีสิทธิในต้นไม้ เนื่องจากนำเอาไปเป็นหลักประกัน แล้วหรือพูดง่าย ๆ ว่า จะต้องได้รับอนุญาต จากนายประกัน และะชำระเงินที่ได้มีการนำมาใช้ก่อน นั่นเอง ... ปัญหาว่า หากผู้ซื้อ รู้จักกับนายประกัน ก็จะวางแผนกันกดราคาได้ ซึ่งก็จะเห็นได้ว่า หลาย ๆ การประเมินมูลค่า ไม่ได้แสดงว่าจะขายสินทรัพย์นั้นได้มากกว่า หรือ เท่ากับที่ได้ประเมิน.... หากไม่มีผู้ซื้อ หรือไม่มีตลาด

ประเด็นถัดมา ... ไม้ที่มีมูลค่าสูงนี้ มีตลาดค่อนข้างจำกัด แตกต่างจากกลุ่มไม้โตเร็ว เช่น ยูคาลิปตัส กระถินอะเคเซีย จำพวก กระถินเทพา กระถินยักษ์ ซึ่งปลูกกันประมาณ 3 - 4 ปี ก็ตัดได้ และปล่อยให้แตกหน่อ ตัดได้ทุก 2 ปี แต่ไม่ได้มีรายชื่ออยู่ในบัญชี ที่จะสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันได้ ไม้เหล่านี้จะมีตลาดที่ค่อนข้างโตมาก และ ขาดแคลน สำหรับเกษตรกร แล้ว แนะนำให้ปลูกแบบผสมผสาน อย่างน้อย จะได้มีรายได้ไปพลาง ๆ ก่อน ที่ไม้โตช้า จะสามารถตัดหรือขายได้ และ ประการที่สาม.... หากต้องการทำตลาด สำหรับขายไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ไปต่างประเทศ แล้ว จะต้องนำไม้ ที่ปลูกนั้น เข้าสู่ระบบการรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน

  
ไม้สักสวนป่า จ.น่าน เกษตรกรจำเป็นต้องขายในราคาถูกมาก   ไม้สนในประเทศญี่ปุ่น ที่ผ่านการรับรองด้วยมาตรฐานการจัดการที่ดีและยั่งยืน

# ข้อเสนอโครงการ " น่านโมเดลไม้เศรษฐกิจครบวงจร : ต้นแบบการพัฒนาอุตสาหกรรมไม้เศรษฐกิจแบบครบวงจร - แก้ปัญหาควันพิษ " กำลังมองหาผู้สนใจนำไปพัฒนา ต่อยอด


เครือข่ายการรับรองไม้เศรษฐกิจไทย
(Thai - Forest Certification Network:T-CERN)
ศูนย์วิจัยป่าไม้ ชั้น 5 ตึกวนศาสตร์ 72 ปี คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เลขที่ 50 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ 02-561 4761#512 มือถือ : 089-117 0419    
 Email : sutep2828@gmail.com