วันไม้เศรษฐกิจไทย 2020
" เศรษฐกิจไม้...ได้พลังงานไฟฟ้า...พัฒนาเกษตรชุมชน "
มาตรฐานต้นปาล์มน้ำมันและ
ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนไม้เศรษฐกิจเพื่อรองรับแผนงานกิจการไฟฟ้าชุมชนที่ใช้เชื้อเพลิงจากภาคเกษตร
30 มกราคม พ.ศ. 2563
ณ โรงแรมมารวยการ์เด้นท์ กรุงเทพ (รถไฟฟ้า BTS สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)

วันไม้เศรษฐกิจไทย 2020
                 
        

ด้วยนโยบายของภาครัฐการปรับแผน ADEP 2018 โดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน 30% โดยมีแผนเพิ่มพลังงานแสงอาทิตย์ให้ได้ประมาณ 15,574 MW ทั้งโซล่า On Grid และโซล่าแบบทุ่นลอยน้ำ ในขณะที่ชีวมวลจะขยายให้ได้รวม 5,786 MW ในปี 2580 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่หลายภาคส่วนให้ความสนใจโดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ที่มุ่งเน้นใช้วัสดุจากภาคการเกษตรเป็นหลัก มีทั้งชีวมวล(Bio mass)และก๊าซชีวภาพ (Biogas) ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนแก่เกษตรกรโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย ตอบโจทย์การลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งชีวมวลที่เป็นวัสดุจากภาคการเกษตรส่วนใหญ่จะประกอบด้วยส่วนที่เหลือจากภาคการเกษตร เช่น ฟางข้าว ซังข้าวโพด ยอดใบปลายอ้อย เหง้ามันสำปะหลัง ส่วนของลำต้น ทางใบของปาล์มน้ำมัน ทะลายปาล์ม และไม้ที่เหลือจากอุตสาหกรรมไม้รวมถึงไม้โตเร็วที่สามารถปลูกได้ทุกที่ ทั้งในที่ดินรกร้างว่างเปล่า ที่ดินที่ไม่เหมาะสมกับการเกษตรหรือดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ รวมถึงการส่งเสริมการปลูกร่วมกับพืชเกษตรอื่น ๆ เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และการปลูกตามหัวไร่ปลายนา เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร


เมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบของเชื้อเพลิงจากภาคการเกษตรแล้วพบว่า ไม้เป็นเชื้อเพลิงที่มีศักยภาพ ทั้งในการให้ค่าพลังงานสูง ไม่มีฤดูกาลทั้งการปลูกและการเก็บเกี่ยว ซึ่งอยู่ที่การบริหารจัดการ และออกแบบ โดยเฉพาะการคัดเลือกชนิดพันธุ์และสายพันธุ์ที่เหมาะสมจะให้มูลค่าสูงสุด เช่น เป็นชนิดไม้ที่มีการเจริบเติบโตในสภาพดินและสภาพอากาศ มีการแตกหน่อที่ดีเมื่อตัดฟัน เป็นไม้ที่มีราคาสูงหรือตลาดมีความต้องการมากเป็นต้น อย่างไรก็ตามไม้เศรษฐกิจโดยเฉพาะชนิดที่โตเร็วมีรอบตัดฟันประมาณ 3 – 5 ปี จะสามารถตอบโจทย์ในอุตสาหกรรมด้านพลังงานไฟฟ้าชีวมวลมากที่สุด โดยรายได้จะไหลกลับไปหมุนเวียนสู่มือเกษตรกรอย่างแท้จริง

เครือข่ายไม้เศรษฐกิจไทย (T-CERN) และภาคีสมาชิกที่เกี่ยวข้องได้มีการรวมกลุ่มกันเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไม้ทั้งระบบมีการรวมกันและจัดประชุมกันอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 มีประเด็นที่จะได้มีการหารือ รับฟังความคิดเห็น การเปิดโอกาสให้มีการปภิปราย รวมถึงการจัดทำข้อเสนอแนะในเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนหรือผลักดันไปสู่การปฏิบัติต่อไป

สำหรับในปี พ.ศ. 2563 นี้ มีประเด็นที่น่าสนใจซึ่งสมาชิกเครือข่ายไม้เศรษฐกิจไทย จะนำมาร่วมเสวนา ปรึกษาหารือใน 2 หัวข้อหลัก คือ (1) ประเด็นการจัดทำมาตรฐานไม้ปาล์มและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากไม้ปาล์มน้ำมันเพื่อการส่งออกไปต่างประเทศ และ (2) ประเด็นแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงจากภาคเกษตรสำหรับชุมชน ซึ่งผลการประชุมสัมมนา จะสามารถนำไปขยายผลต่อยอดเป็นแผนปฏิบัติที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชนและประชาชนอย่างแท้จริง

โรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อฐานราก ขนาด 3 -5 MW (ขนาดไม่เกิน 10 MW) ตามแนวคิดที่จะมีการประกาศรับซื้อ หรือ ให้ยื่นข้อเสนอ มีคำถามง่าย ๆ 2 ถึง 3 คำถาม ที่ไม่เกี่ยวกับการบริหารโครงไฟฟ้า ที่ทุกคนทราบอยู่แล้วว่า ต้องให้เอกชนลงทุนและบริหาร เพราะ วิสาหกิจชุมชนที่ว่านั้น นอกจากไม่มีทุนแล้ว ไม่มีความรู้อีกด้วย แต่คำถามที่อยากทราบคือ (1) ใช้เชื้อเพลิงอะไร และ (2) เชื้อเพลิงนั้นเอามาจากไหน ?

การเตรียมความพร้อมชุมชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากผิดพลาด ผลกระทบจะตกกับประชาชนไปอีกยางนาน 20 ปี ในขณะที่ภาคเอกชน หลายกลุ่มที่หวังกำไรในระยะต้น หรือ บางกลุ่ม แค่อยากได้ใบอนุญาต เพื่อให้หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ มีราคาเพิ่มขึ้นแล้วมีการ เก็งกำไรในตลาดหุ้น ในขณะที่เกษตรกร ได้มีการลงทุนปลูกพืชไปแล้ว สุดท้ายก็ถูกลอยแพ เหมือนที่เคยเป็น
" จำกัดจำนวน 100 คน "
| 2559 | 2560 | 2561 |

(โครงการจัดตั้ง) 
สมาคมเครือข่ายไม้เศรษฐกิจไทย
(Thai - Economic Forest Network Association:T-CERN)
ศูนย์วิจัยป่าไม้ ชั้น 5 ตึกวนศาสตร์ 72 ปี คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เลขที่ 50 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ 02-561 4761#512 มือถือ : 097 - 074 4294     Email : info@t-cern.org