โครงการส่งเสริมเกษตรกรปลูกไม้โตเร็ว
แบบมีตลาดรับซื้อล่วงหน้า
       
ดำเนินการโดย
บริษัท ฟอร์เรส โซลูชั่น จำกัด กับ กลุ่มบริษัท ไทยโซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

หลักการและเหตุผล
     ด้วย บริษัท ฟอร์เรส โซลูชั่น จำกัด เป็นผู้จัดหาวัตถุดิบประเภทไม้เชื้อเพลิง เพื่อป้อนให้กับโรงไฟฟ้าในประเทศ ประมาณ 1,000 ตัน/วัน ของกลุ่ม บริษัท ไทยโซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) สัญญา 20 ปี ได้แก่

     (1) โครงการของ บริษัท บางสวรรค์ กรีน จำกัด
  (ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี)
     (2) โครงการของ บริษัท ออสการ์ เซฟ เดอะ เวิลด์ 1
  (ต.ไสหร้า อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช)
      (3) โครงการของ บริษัท ออสการ์ เซฟ เดอะ เวิลด์ 2
  (ต.นาเขลียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช )
- บริษัทฯ เข้าไปตัดไม้เอง และ ขนส่งเอง หรือ
- เกษตรกร สามารถตัดไม้ และส่งขายที่จุดรับซื้อก็ได้
- บริษัฯ ไม่ รับซื้อไม้ไผ่ ทุกชนิด (เนื่องจากเปลืองใบมีด)

                  ตลอดอายุสัญญา 20 ปี ทั้งนีี บริษัท ฟอร์เรส โซลูชั่น จำกัด มีแผนการการรับซื้อไม้เบญจพรรณทั่วไปรวมไม้ยางพารา จากเกษตรกร และการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกทดแทน ซึ่งไม้ยางพารา เมื่อตัดโค่นแล้วจะต้องรออีก 25 ปี ซึ่งไม่เหมาะกับการใช้งานด้านพลังงาน โดยคาดการณ์ว่า อีกประมาณ 3ปีข้างหน้า ปริมาณความต้องการเชื้อเพลิงจะเพิ่มขึ้น เมื่อโรงงาน Wood Pellet เดินเครื่องและส่งออกไปยังประเทศ ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ ในขณะที่การบริหารจัดการเชื้อเพลิงในระยะยาว จะมุ่งเน้นการเช่าที่ดินเพื่อปลูกไม้โตเร็ว ทั้งที่ดินของรัฐ และเอกชน และการสนับสนุน ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกไม้โตเร็วเพื่อพลังงานมากขึ้น ทั้งนี้เกษตรกรสามารถพิจารณารูปแบบที่ดิน มาปลูกไม้โตเร็วเพื่อพลังงานเป็นรายได้เสริมที่มีความมั่นคง ไม่มีความเสี่ยงต่อปัญหาด้านภัยพิบัติธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง ปัญหาสินค้าล้นตลาด เพราะไม้โตเร็ว หากเก็บไว้ไม่เก็บเกี่ยวก็จะยิ่งเพิ่มมูลค่าในตัว ที่ดินที่เหมาะสมที่จะนำมาเข้าร่วมโครงการ เช่น


   1. ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ไม่ได้ใช้ประโยชน์ การปลูกไม้โตเร็วนอกจากจะมีรายได้เพิ่มแล้ว ยังสามารถลดภารด้านภาษีที่ดินว่างเปล่าได้ด้วย
   2. ที่ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เช่น ดินตื้น พื้นที่เหมืองร้าง นากุ้งร้าง ที่ดินค่อนข้างเค็มหรือดินเปรี้ยว ซึ่งหากปัจจุบันทำการเกษตรอยู่จะพบว่าได้ผลผลิตต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานมาก (ปัจจุบันมีพื้นที่เหล่านี้ประมาณ 2.1 ล้านไร่ )
   3. พื้นที่ดินที่ไม่เหมาะสมกับการเกษตร ได้แก่ พื้นที่ดินที่ปัจจุบันทำการเกษตรที่ไม่เหมาะสมกับศักยภาพของที่ดิน ทำให้เกิดปัญหา เช่น น้ำท่วม แห้งแล้ง หรือ ไม่มีจุดรับซื้อ ผลผลิต

นอกจากนี้ โครงการยังส่งเสริม สนับสนุน ให้เกษตรกรปลูกไม้โตเร็ว ร่วมกับพืชเกษตรในรูปแบบต่าง ๆ เช่น
   1. ปลูกบนคันนา ร่วมกับ นาข้าว
   2. ปลูกเป็นแนวรั้ว ขอบเขตที่ดินของตนเอง เช่น แปลงอ้อย มันสำปะหลัง
    3. ปลูกในร่องแถวของยางพารา และ ปาล์มน้ำมัน ที่อายุประมาณ 0 - 5 ปี ซึ่งจะปลูกระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 2 เมตร ใช้ต้นกล้าประมาณ 200 ต้น ได้ผลผลิตที่ดีมาก เมื่ออายุครบ 3 ปี และหากเลือกชนิดที่ดีแล้ว สามารถตัดหน่อได้ 1 รอบด้วย ซึ่งไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชหลัก กลับมีผลดีในการควบคุมวัชพืช และ เพิ่มปริมาณธาตุอาหาร ลงสู่ดิน
   4. ปลูกในสวนมะพร้าว ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวนี้ อาจจะให้ผลผลิตที่ต่ำกว่าพื้นที่อื่น ๆ เนื่องจากเงาของต้นมะพร้าว จะมีผลต่อการเจริญเติบโต อย่างไรก็ตาม จะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าว ยังได้หารือเบื้องต้น ถึงความเป็นไปได้ กับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ที่จะรับประกันการรับซื้อไม้ทั้งหมด ที่เกษตรกร ในโครงการฟืนฟูพื้นที่นากุ้งร้าง และการสนับสนุนให้ เกษตรปลูกไม้ ร่วมกับ การประมงแบบธรรมชาติในพื้นที่ โครงการป่าชายเลน โซนเศรษฐกิจ ของ ทช. ด้วย ทั้งนี้เกษตรกร สามารถจะรวบรวมไม้ ที่ปลูกในโครงการ เพื่อให้บริษัท ฯ นำรถไปขน หรือ ทำเป็นวิสาหกิจชุมชน ไม้สับ ก้ได้ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น กล้าพันธุ์ (ทั้งนี้โครงการดังกล่าว ยังอยู่ในระหว่างการหารือกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง)

จากภาพ จะเห็นว่ารูปแบบของการปลูกไม้โตเร็วนั้น สามารถดำเนินการได้หลากหลายรูปแบบ การปลูกตามคันนา หรือ ที่ดินที่ว่าง ๆ ในพื้นที่ดินของตนเอง โดยไม่ต้องดูแลรักษา เมื่อถึงเวลา ก็สามารถขายไม้นั้นได้ โดย บริษัทฯ จะดำเนินการ จัดทำเป็นเครือข่าย จุดรับซื้อไม้ ให้กระจายไปแต่ละพื้นที่ ต่าง ๆ ด้วย โดยจะจัดซื้อวัตถุดิบ เป็น " เงินสด "
วิธีการเข้าร่วมโครงการ
1 เกษตรกรสมัครเขาร่วมโครงการ โดยจะต้องมีหลักฐานทางที่ดินที่ถูกต้องตามกฎหมาย สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน (ลงชื่อกำกับ)
2 บริษัทฯ และเครือข่าย จะดำเนินการจัดเตรียมกล้าไม้ ชนิดไม้ ที่เหมาะสมกับพื้นที่ และรูปแบบการปลูก
3 เกษตรกร รับกล้าไม้และนำไปดำเนินการปลูกเอง พร้อมรายงานข้อมูลการปลูก
4 บริษัทฯ จะจัดทำสัญญาในการรับซื้อไม้คืนจากเกษตรกร (ภายใต้ เงื่อนไขของ พรบ.เกษตรพันธะสัญญา )
5 เกษตรกร และฝ่ายส่งเสริมของบริษัทฯ จะดำเนินการ ติดตาม ตรวจวัดการเจริญเติบโต โดยจะดำเนินการติดตามการดำเนินการ รวมถึงการแนะนำในการจัดการตามหลักวิชาการ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
6 เมื่อครบอายุของการตัดฟัน ก็ดำเนินการเก็บเกี่ยวผลผลิต ดังนี้
  6.1 เกษตรกร ตัดไม้และนำไม้มาส่งขาย ณ จัดรับซื้อไม้ หรือโรงงาน
  6.2 เกษตรกร ดำเนินการตัดไม้และกองรวมไว้ที่แปลงปลูก โดยที่บริษัทฯ หรือ ผู้รับเหมา จะไปขนไม้มาส่งที่จัดรับซื้อหรือที่หน้าโรงงาน
  6.3 บริษัทฯ หรือ ผู้รับเหมาจะไปดำเนินการตัดไม้ นำขึ้นรถและขนส่งมายังจุดรับซื้อ หรือ โรงงาน
  6.4 เกษตรกรดำเนินการขายเหมาแปลง ในราคาที่มีการเจรจาลงกัน
7 เกษตรกร ชำระคืนค่ากล้าไม้คืน โดยการหักจากราคาที่ขายไม้ได้ เพื่อเป็นทุนในการส่งเสริม สนับสนุนเกษตรกรรายอื่น ๆ ร่วมโครงการต่อไป
   
ผลตอบแทนที่เกษตรกรจะได้รับ
1. บริษัทฯ จะรับซื้อไม้คืนจากเกษตรกร ตามราคาตลาด ซึ่งจะประกันราคาขั้นต่ำไว้
2. บริษัทฯ จะหักคืนค่ากล้าไม้ เมื่อขายไม้ในรอบที่ 1 เพื่อนำไปเป็นทุนในการขยายโครงการต่อไป
3. บริษัทฯ จะรับซื้อคืนต้นไม้ที่ แตกหน่อ ตามที่ได้ตกลงกัน ในราคาตลาด
( ข้อตกลงจะระบุ ราคา การตัด จุดส่งมอบหรือรับซื้อไม้ รวมทั้งการขนส่ง )
** การขายไม้ เกษตรกรอาจใช้วิธีขายยกแปลง ขายตามน้ำหนัก ตัดเอง หรือ ให้บริษัทดำเนินการตัดและขนส่งให้ ซึ่งจะมีราคา ค่าดำเนินการ ตามราคาปกติ ที่มีการจ้างหรือ เหมากันในช่วงเวลานั้น **
- เกษตรกรมีตลาดรับซื้อไม้แน่นอน
- เกษตรกรขายไม้ ได้ราคาสูงกว่า ไม้ที่ไม่เข้าร่วมโครงการ
- บริษัทฯ จะรับซื้อไม้จากเกษตรกร ที่ร่วมโครงการ ทั้งหมด หากไม่พอ จะรับซื้อไม้ทั่วไป
พื้นที่เป้าหมายสามารถเข้าร่วมโครงการได้

กลุ่มที 1 จังหวัดสุราษฎร์ธานี กระบี่และพังงา
กลุ่มที่ 2 จังหวัดนครศรีธรรมราช, พัทลุง, และสงขลา
กลุ่มที่ 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง กระบี่ และสงขลา
กลุ่มที่ 4 จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ กำแพงเพชร และตาก
กลุ่มที่ 5 จังหวัดอุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร แพร่ ลำปาง พิษณุโลก
กลุ่มที่ 6 ทุกจังหวัดในภาคตะวันออก (EEC) และ อีสานล่าง (นครราชสีมา, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, สุรินทร์, บุรีรัมย์ )
(** พื้นที่สวนยางพารา สวนยูคาลิปตัส ที่ปลูกมาก่อนแล้ว ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ** )
   
ไม้กระถินอะเคเซีย อายุ 3 ปี ปลูกผสมสวนยางพาราอายุ 3 ปี อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี  
 

บริษัท ฟอร์เรส โซลูชั่น จำกัด (สำนักงานใหญ่)
36/16 ซอยลาดปลาเค้า 24 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230
โทรศัพท์ : 02 - 561 4761 ต่อ 512  โทรสาร : 02 - 579 1977 มือถือ : 097 - 074 4294
Email : info@thaiforestsolutions.com    Line ID: fss009